สำหรับผม ชีวิตผมในอดีตอาจไม่ได้รวยจนล้นฟ้าแต่ก็เรียกว่าอยากได้อะไร ก็แทบจะเนรมิตรได้เลย
พ่อผมทำงานเป็น เจ้าของกิจการ ขายอะไหร่ส่ง (แบบขายพวกเซียงกงนะครับ ไม่ได้รับของมาขายต่อนะ เอาของจากต่างประเทศมาขายพวกเซียงกง)
พ่อผมเรียกว่าประสบความสำเร็จอย่างสูงครับแกจบแค่ ป6.
ผมนับถือพ่อผมมาก พ่อเป็นชายในดวงใจผมเลย
ในขณะที่ผมกำลังอยู่ ชั้นมัธยมปีที่3 พ่อผมกลับมาบ้านพร้อมกับคนขายประกัน เขาอยากได้พ่อผมทำประกันกับเขา
แต่พอกลับมาเขาพูดว่า "เฮียทำนู๋เสียใจมาก" ผมตอนนั้นยังรักสนุกได้ยินก็เฉยๆ
แค่เข้าใจว่า ทำประกันไม่ได้
ขอย้อนไปสมัยผมประถมนะครับ
พ่อผมทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว คนเดียว มะก่อนแม่ผมรับจ้างเย็บผ้า
แต่ด้วยฐานะทางบ้านที่ดี พ่อเกรงว่าคุณแม่จะเหนื่อยเลยให้หยุดดูแลลูกๆพอ
ทุกๆ3เดือนพ่อผมจะต้องไปญี่ปุ่น และพ่อจะอยูที่นั่นนาน3เดือนเพื่อหาของมาขาย พ่อจะขายแบบขายส่ง ได้เงินทีถือว่าสูงมากครับ
จากเมื่อก่อนหนีสินพ่อทั่มหัว พ่อทำงานหาเงินจนเถ้าแก่เจ้าของเซียงกงที่พ่อไปขายแก มีวันงานแซยิด จะจัดงาน
และชวนครอบครัวผมไป เวลานั่งเรียกได้ว่าVIPที่สุด
พ่อผมรักครอบครัวแกมากครับ(พวกพี่น้องแกนะ)
แกจะชอบพาพวก ญาติฝ่ายเขาไปกินเลี้ยงเสมอครับและออกคนเดียวด้วย
แต่แกกลับเกรียจญาติฝ่ายแม่ครับ ดูถูกเสมอมา
พ่อไปทำงานญี่ปุ่นกลับมาทีไร ผมกับน้องจะได้ของขวัญเป็นของจากญี่ปุ่นตลอด
ในสมัยชั้นประถม ผมจะเรียกว่าของใช้ต่างๆจะนำสมัยมากที่สุด(ผิดกับตอนนี้เลย 55+)
พ่อผมชอบเที่ยวครับ ทำแม่ผมเสียใจหลายครั้ง จะเลิกกานหลายที
จนกระทั่งพ่อผมเลิกทำงาน คอยคุมอย่างเดียว
ในขณะเดียวกันพ่อผม ก็จับงานรถหัวลาก
การที่พ่อไว้ใจลูกน้องก็ทำให้พ่อผม เจอกับคำว่า โดนโกง
จนตอนนี้หนี้สิน เป็น10ล้าน
รถบ้านผมมะก่อน 10 กว่าคัน เรียกได้ว่าแจกจ่ายพี่น้องใช้
รถหัวลาก 10กว่าหัว(รถที่ใช้ขนพวกตู้คอนเทรนเนอนนะครับ)
และบ้าน ตึกแภว10หลัง บ้านเดี่ยวที่เชียงใหม่1หลัง(อย่าหาว่าอวดเลยนะครับ รออ่านให้จบก่อนนะ)
เพราะทุกอย่างที่กล่าวมาในปัจจุบันมานไม่มีเหลือแล้วครับ
เพราะโดนโกงแล้วโกงอีก ประกอบกับตอนนั้น ยุคฟองสบู่แตก
บ้านผมไม่สามารถหาเงินมาใช้หนี้ได้ ประกอบกับที่โดนโกง
รถทุกคันต้องขายหมดครับ
ภาพที่ผม ยังจำได้ไม่รู้ลืมคือ ภาพตอนที่พ่อยื่นกุญแจ รถเบรนซ์ E 220 คันที่ผมโปรดมากที่สุดให้กับคนมาซื้อไป
รถบางคัน ญาติๆๆ(ทางฝ่ายพ่อ)ก็มาเอาไป บอกบ้านผมติดเงินเขา
รถหัวลาก ขายไปก็ไม่มีคนเอาเงินมาจ่าย เพราะดันโดนยุคฟองสบู่แตก เศรษฐกิจไม่ดี เขาซื้อหัวลากไปก็ทำงานไม่ได้คนจ้างน้อยไม่มีเงินมาจ่าย
เรียกได้ว่าหมายสาน มาถึงบ้านแทบทุกวัน แม่ผมที่หยุดทำงานไปหลายปี
ต้องรับงานมาทำเพื่อหาเงินเลี้ยงครอบครัว
ตอนผมอยู่ม6.พ่อผมคงเครียดมากครับ มีวัน1แกนั่งอยู่ดีๆแกก็ขยับไม่ได้ไป
แกเป็นอัมพรึก ครับ แกไม่สามารถทำงานได้อีกแล้ว
แต่ที่ผมรู้สึกหนักอกมากที่สุด คงเรื่องที่หมอบอกว่า
พอผมเป็นโรค ถูมิคุ้มกันบกพร่อง มานเหมือนหัวใจผมโดนควักออกไปเลยครับ
หมอเขาบอกว่าพ่อจะอยู่ได้อีกไม่นาน ผมร้องให้ไม่หยุด
แต่ผมไม่เคยร้องต่อหน้าพ่อผมเลยนะครับ
และมานทำให้ผมนึกถึงคำพูดของคนขายประกันได้ว่า
"เฮียทำนู๋เสียใจมาก" ผมเข้าใจแล้วครับ
พ่อผมไปทำประกันแต่ไม่สามารถทำได้เพราะเป็นโรคร้ายแรง
และตอนนี้ภาระหน้าที่ทุกอย่างตกอยู่ที่แม่ครับ(แม่ผมรู้เรื่องพ่อมานานแล้ว)
ประจวบกับผมได้เข้าศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย
ผมก็ได้กู้เงินเรียน ช่วยแบ่งเบาภาระแม่ไปได้
แต่กว่าจะได้เข้ามาในรั้ว มหาวิทยาลัย ก็ลำบากนะครับ
เพราะไม่มีเงินจะซื้อชุดนักศึกษา 555+
อาจฟังแล้วดูตลกกะอีแค่ชุดนักศึกษาอะนะ
เพราะจากที่อ่านมาอาจคิดไม่ถึงว่าครอบครัวผมจะลำบากขนาดนี้
และแล้วคนที่มาช่วยผมก็คือ ญาติครับ
ยาติฝั่งแม่ ที่พ่อผมดูถูกหนักหนา (แม้กระทั่งพ่อผมพูดว่ากรูตายก็ไม่ต้องเอาญาติมรึง(แม่)มาเผาผีกรู)
แกมองเงินให้แม่ผม2หมื่นบาท ผมมีเงินค่าเทอม+ค่าซื้อเสื้อผ้า ค่าอุกปรณ์การเรียน
ถามว่าพอใหม ไม่พอหรอกครับ
ผมเรียนสถาปัต ค่าอุปกรณ์โต๊ะเขียนแบบ ค่าเทอมแรกเข้า
ก็แทบจะไม่พอแล้ว แภมยังมีค่าหออีก
ผมได้เพื่อนผมช่วยครับ เพื่อนผมให้ผมอยู่จ่ายเพียงค่าห้อง ค่าน้ำค่าไฟไม่ต้องค่ามัดจำไม่ต้อง
แต่เพราะเกรงใจตอนหลังผมจึงตัดสินใจไปกลับ บ้านกับมหาลัยแทน กานเดินทางก็ท่ารถไฟก็ไม่ลำบากไรมาก
จากบ้านไปมหาลัย 1 ชั่วโมง
แต่ท่าพลาดรถไฟหรือไม่มีรถไฟแล้วจะกลับบ้านก็ต้องทางรถเมลล์ครับ
ทางรถเมล์ก็ลำบากนิดๆๆขั้นต่ำ2ชั่วโมงครับ ท่าติดหน่อยก็4-5ชั่วโมง
รถตู้ก็ไวนิดๆ แต่ผมขึ้นไม่ได้ครับมาแพงเกินเอิ๊กๆๆ
ในตอนนี้ของในบ้านค่อยๆนำออกไปขายทีละชิ้นครับ
บ้านค่อยๆๆโดนยึดทีละแห่ง รถค่อยๆๆขายไปทีละคัน
จนเหลือคัน โตโยต้า คัน1ก็โดนญาติ(ฝ่ายพ่อ)ผมเอาไปครับ โทษฐานติดเงินแกไม่คืน เอิ๊กๆๆ
จนเมื่อปีก่อน สิ่งที่ตัดสินชะตาชีวิตผมก็มาถึง
หมายสารฉบับเดียวที่สั่นสะเทือน ความรู้สึกคนทั้งครอบครัว
ว่าบ้านหลังที่ผมอยู่(หลังสุดท้าย) จะอยู่ได้อีกเพียง3เดือน
ผมตอนนั้นแทบบ้าครับ เพราะรู้ดีว่าท่าบ้านโดนยึด
จะไม่มีที่ให้ซุกหัวนอนแน่ครับ
เหมือนคนบ้า คุยmกลับใครที่มาจีบก็เล่าให้เขาฟัง เพื่อหาทางระบาย
มีบางคนจะรับผมไปเลี้ยงดู แต่ผมไม่เอาหรอกครับ
ถึงผมจะสิ้นหนทาง ผมก็ขออยุ่แบบลำบากแบบนี้ต่อไปดีกว่าให้ใครมาสงสาร
มีคนจะพาไปเที่ยวดูหนัง ผมก็ไม่ไปเพราะท่าไปแล้วต้องให้เขาออก มานเหมือนผมไปหลอกแดกไงไม่รู้
ผมตัดทุกคนทิ้งครับ msnตัวเก่าผมเลิกติดต่อกับทุกคนครับ
ท่าผมยังไม่พร้อมที่คบใคร ผมก็ไม่อยากทำให้คนที่ผมคบด้วยต้องมาลำบากไปกับผม
ผมไม่มีความสุขหรอกครับ แบบนั้น
และแล้วคนที่มาช่วย ให้ครอบครัวผมมีที่อยู่ในทุกวันนี้
ก็ญาติแม่ผมครับ
ถึงบ้านที่อยู่จะเล๊ก(แรกๆรับไม่ได้นิดๆๆ)
ขนาดบ้านเรียกว่าครึ่ง1ของหลังเก่า จากเดิมตึก4ชั้น+ชั้นลอย เหลือ2ชั้น
ตอนนี้ผมอยู่บ้านใหม่นี้มาเกือบ จะครบ 1ปีแล้วครับ
ถามว่าผมพร้อมที่จะ มีแฟนยัง ยังไม่พร้อมครับ
ด้วยฐานะที่ต้อง ขอเงินกู้และขอเงินแม่อยู่
ท่าผมต้องมีแฟน ผมคงต้องทำให้เขาลำบากไปด้วยแน่ๆๆ
ผมไม่สามารถไปเที่ยวกับเขาได้
ผมไม่สามารถไปกิน ดื่มไรกับเขาได้
ท่าคบกานแล้วต้องอยู่แต่ในห้องแคบๆๆ
ใครจะมาทนผมได้ สักวันเมื่อเขาออกไปสู่โลกกว้าง
ใครจะมาทนอยู่ในกรงที่แคบๆๆกับผม?
และพ่อผมเป็นโรคร้าย ใครจะอยากเอาตัวเองมาเสี่ยงกับผมครับ?
และผมเรียนหนักมากคงไม่มีเวลาให้ใครหรอกครับ
ผมรักตัวเองมากเลยตอนนี้ ผมอาจจะบอกรักคนโน้นคนนี้แต่ผมก็รักตัวเองมากที่สุด
ผมอาจจะรักใครจริงๆไม่ได้ก็เป็นได้
ผมอาจจะทำตัวคุณนู๋ ถึงแม้ฐานะตอนนี้จะแทบเรียกว่ามีเงินพอกินไปวันๆ ไม่ได้มั่งมีเหมือนก่อน
ด้วย เพราะการใช้ชีวิตผม 70% ผมมีแต่คำว่า ผมเหนือผู้อื่น ผมรวยกว่า ผมเพรียบพร้อมมากกว่า
ผมรับไม่ได้ที่จะต้องให้ใครมาดูแล
รับไม่ได้ที่ต้องคอยรองรับอารมณ์ใคร
รับไม่ได้ที่จะต้องโดนคนดูถูก
และที่สำคัญ รับไม่ได้ที่จะให้ใครมาด่าว่าผมจน5555+
แต่ที่ผมพูดมาไม่เคยมีเพื่อนคนใหนผมกล่าวกับผมแบบนี้เลยครับ
ทุกคนคอยช่วยผมทุกอย่าง เท่าที่พวกเขาทำได้
ขอบคุณมากครับที่ทำให้ผมสนุกและลืมเรื่องเศร้าให้หมดไป
ท่าเรื่องที่ผมเล่ามามานยาวไป สะกดผิด พิมผิด ก็ขอโทดด้วยนะครับ ผมพิมไปตามอารมณ์ในขณะนี้ที่อยากจะเล่าเรื่องราวของชีวิตผม
ขอบคุณครับ ที่กรุณาอ่านเรื่องราวของผม
edit @ 2005/08/22 18:07:39
edit @ 2005/08/22 22:35:08